มันคือความสุขของผม อย่าห้ามผมนะ

พฤศจิกายน 14, 2018 6:53 am note

มันคือความสุขของผม อย่าห้ามผมนะ

คำนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ผ่านมาหลายปีมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้กลับมาทบกวนประโยคนี้ ในวันที่ไม่มีอยู่แล้ว บางครั้งก็มักจะเสียใจเป็นอันดับแรก เมื่อผ่านวันนั้นมาแล้ว จะรู้สึกถึงคำพูดบางคำพูด ความคิดบางความคิด
เมื่อก่อนผมเป็นคนหนึ่งที่เคยบอกกับตัวเองให้ทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขเสมอ ทำอะไรแล้วมีความสุขก็ทำต่อไป กินอะไรแล้วมีความสุขก็กินต่อไป ถ้าทำอะไรที่มีความสุขนั้นย่อมหมายความว่าเราก็จะมีความสุข ผมบอกกับคนรอบข้างว่า นี่คือความสุขของผม ความสุขของผมเป็นแบบนี้นะ นี่คือสิ่งที่ผมทำแล้วมีความสุข วันนี้มองย้อนกลับไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมากับสิ่งที่ผมบอกว่านี่คือความสุขของผม ผมเห็นส่วนประกอบอะไรอีกหลายอย่าง เข้าใจอะไรอีกมากมาย รู้สึกอะไรมากกว่าในวันนั้นที่รู้สึก
.
ผมลืมรู้สึกในความรู้สึกของคนรอบข้าง
ผมลืมความสุขของคนรอบข้าง
ผมลืมให้ความสุขกับคนรอบข้าง
ผมมั่วแต่หน้ามืดตามั่วกับความสุขของผมแค่คนเดียว
.
เวลาผ่านไป อายุมากขึ้นมันคงทำให้คิดอะไรได้มากขึ้น วันนั้นวันที่ผมกำลังมุ่งมั่นทำสิ่งที่ผมบอกว่านี่คือความสุข รอบข้างพยายามทำให้รู้สึกถึงความเป็นห่วง ผมก็พยามที่จะบอกไปว่าไม่เป็นไร ผมโอเคร ได้ ไม่มีปัญหาหรอก ยอมรับว่าวันนั้นไม่ได้เอาความรู้สึกคนรอบข้างเข้ามารู้สึกในความรู้สึกของผมด้วยจริงๆ คนรอบข้างเคยบอกกับผมว่า ผมเป็นคนที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสุขของตัวเอง จนลืมความสุขของคนรอบข้าง ผมมีความสุข แล้วคนรอบข้างผมละมีความสุขด้วยใหม?
เป็นอีกคำพูดที่ให้ผมได้ทบทวนและคิดให้มากขึ้นกว่าเดิม นับตั้งแต่วันนั้นผมก็พยายามที่จะปรับตัวเองให้เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้างผมมากขึ้น แคร์คนรอบข้างมาก ลองปรับเปลี่ยนทิศทางกราฟใหม่ หาจุดศูนย์กลางระหว่างผมกับคนรอบข้างให้ดีกว่าเดิม ระยะเวลาร่วมปีในการปรับเปลี่ยน ลดในสิ่งที่ผมลดได้ เพิ่มในสิ่งที่ควรเพิ่ม ผลลัพธ์ก็ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน 555.
.
วันนี้อยากจะบอกว่าผมเข้าใจและยอมรับว่าหลายปีที่ผ่านมา ผมลืมใส่ใจ ลืมแคร์คนรอบข้าง จนวันหนึ่งอาจไม่มีคนรอบข้างให้แคร์ ให้ใส่ใจ เมื่อไม่มีแล้ว เราก็มักจะโหยหาสิ่งๆนั้น ยอมปรับเพื่อให้เราและคนรอบข้างมีความสุขเท่าๆกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *